CJ Logistics ต่อยอดขยายธุรกิจโลจิสติกส์สู่ตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ชูแนวคิด “K-Logistics” และเทคโนโลยีการจัดการพัสดุล้ำสมัย เพื่อตอบสนองตลาดขนส่งพัสดุไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมปรับแพลตฟอร์มการขนส่งพัสดุเกาหลีให้เข้ากับประเทศไทย และก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าส่วนกลางที่สามารถรองรับการจัดการพัสดุได้สูงสุดถึง 400,000 ชิ้นต่อวัน

ศูนย์กระจายสินค้าส่วนกลางของ CJ Logistics ที่บางนา กรุงเทพฯ ได้ติดตั้งระบบคัดแยกกล่องแบบอัตโนมัติ wheel sorter โดยเริ่มนำร่องดำเนินการตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระบบ wheel sorter เช่นเดียวกับที่ใช้ในประเทศเกาหลีใต้ สามารถจัดการพัสดุได้สูงสุดถึง 400,000 ชิ้นต่อวัน ในพื้นที่กว่า 71,900 ตารางเมตร นับเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมด้วยศักยภาพในการดำเนินการได้ถึง 13 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณพัสดุทั้งหมดที่มีการจัดส่งรวมกว่า 3 ล้านชิ้นต่อวันในประเทศไทย

ตลาดขนส่งพัสดุไทยเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจที่มีศักยภาพสูง เนื่องด้วยการเติบโตของโทรศัพท์มือถือและการขยายตัวของตลาด e-Commerce อย่างรวดเร็ว การทำธุรกรรม e-Commerce ในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 7 แสนล้านบาท (2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2017 และภายในปี 2020 คาดว่ากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของยอดขายปลีกทั้งหมดจะเกิดจากตลาดออนไลน์ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีแผนที่จะยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน ด้วยการผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงและการสนับสนุนระบบ e-Payment ภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 จะนำไปสู่การเติบโตของตลาดโลจิสติกส์ของสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนอุตสาหกรรมการจัดส่งพัสดุ

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีความสามารถในการรองรับการจัดการพัสดุทั้งหมดประมาณ 3 ล้านชิ้นต่อวันโดยเฉลี่ย โดยมี Kerry Express ไปรษณีย์ไทย และ DHL เป็นผู้เล่นรายหลักในตลาด ด้าน CJ Logistics ตั้งเป้าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการการจัดส่งพัสดุ ในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการนำเสนอบริการคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในประเทศเกาหลีและการลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถจัดการพัสดุได้สูงสุดถึง 400,000 ชิ้นต่อวัน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะยังคงพัฒนาบริการและระบบการดำเนินการอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีไอทีระดับสูงจากประเทศเกาหลี เช่น ระบบการขนส่ง แอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือสำหรับการทำธุรกิจ และระบบการติดตามสถานะการขนส่ง

Mr. Myung Kook Park กรรมการทั่วไป ธุรกิจขนส่งพัสดุ CJ Logistics ประเทศไทย เปิดเผยว่า  “ด้วยตลาด e-Commerce ไทยเติบโตที่สูงกว่าในอัตราเลขสองหลัก (double-digit) อย่างต่อเนื่องทุกปี และพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอย่างดี เราเชื่อมั่นในการเติบโตของธุรกิจขนส่งพัสดุในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุของประเทศไทย ด้วยการส่งต่อความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีเหนือระดับจากประเทศเกาหลี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก และการขยายจุดให้บริการทั่วประเทศไทย”

นอกเหนือจากธุรกิจขนส่งพัสดุ CJ Logistics ยังให้บริการโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมแบบ one-stop service สำหรับบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงโลจิสติกส์ตามสัญญาจ้าง (contract logistics) บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และโครงการขนส่งสินค้าต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี 1998

นอกจากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย CJ Logistics ยังมุ่งต่อยอดการเติบโตด้วยแนวคิด K-Logistics ในตลาดหลักต่างๆ รวมถึงประเทศมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย New Southern Policy ของรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับบริษัทโลจิสติกส์ในประเทศมาเลเซีย CJ Century Logistics ในเดือนกันยายน 2016 และมีการร่วมทุนระหว่าง CJ Transnational และ TDG Group ในประเทศฟิลิปปินส์ในเดือนธันวาคม 2016 ตลอดจนการเข้าถือหุ้นในกลุ่มธุรกิจโลจิสติคส์และการขนส่งของ Gemedept บริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำของประเทศเวียดนาม ทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจของ CJ Logistics ในการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน

ปัจจุบัน CJ Logistics ดำเนินธุรกิจในกว่า 37 ประเทศ 148 เมือง และมีสำนักงานกว่า 266 แห่งทั่วโลก โดยบริษัทฯ มุ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระดับสูง ด้วยความสามารถด้าน TES (เทคโนโลยี วิศวกรรม ระบบและโซลูชั่น) เพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำของโลกด้วย Pan Asia No.1 Strategy ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชีย