การคิดค้นนวัตกรรมตู้คอนเทนเนอร์ในช่วงกลางยุค ’50s ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และได้ปฏิวัติแนวทางการขนส่งสินค้าทางทะเลไปตลอดกาล จากการเปลี่ยนแปลงวิธีจัดเก็บสินค้าไปเป็นตู้เหล็กทรงสี่เหลี่ยมในครั้งนั้น ได้ทำให้กระบวนการจัดการขนส่งสินค้าส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยช่วงเวลาเดียวกันนี้ บริษัท CWT ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อช่วยสนับสนุนการขนส่งสินค้าและตอบรับเป้าหมายของประเทศที่มุ่งหวังจะเป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างประเทศ

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งประเทศสิงคโปร์และบริษัทฯ ได้มีการเติบโตควบคู่กันมาโดยตลอด ทุกวันนี้สิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่ทั่วโลกรู้จักในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและขนถ่ายสินค้าหลักของโลก ขณะเดียวกันบริษัท CWT ก็ได้เติบโตเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทั้งหน่วยธุรกิจและแผนกบริการเฉพาะทางต่างๆ โดยหนึ่งในจำนวนนี้คือ CWT Globelink Pte Ltd. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรวบรวมและขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LCL) เพื่อการขนส่งทางทะเล

Top view Aerial view of Deep water port with cargo ship and container Singapore

ด้วยสโลแกน ‘In Unity, We Link the Globe’ ที่ CWT Globelink ยึดมั่นมาโดยตลอด ได้สื่อให้เห็นถึงแนวทางที่บริษัทฯ นำมาใช้ในการบริหาร ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลก อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นใจกลางเส้นทางคมนาคมของทวีปเอเชียและมีข้อได้เปรียบทางการค้าเป็นอย่างมาก

เพื่อเป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นิตยสาร LM ได้พูดคุยกับ Mr. CW Tan ประธานบริหาร และ Mr. Daniel Tok ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท CWT Globelink Group ซึ่งประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์

Mr. Daniel Tok (ซ้าย) Mr. CW Tan (ขวา)

Servicing the World

Globelink เป็นหน่วยธุรกิจโลจิสติกส์และการจัดการขนส่งสินค้าในเครือ CWT โดยทำหน้าที่เป็นบริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลที่ไม่มีเรือเป็นของตัวเอง (NVOCC) ชั้นนำ ที่มุ่งให้บริการแก่บริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าเป็นหลัก โดยธุรกิจหลักของบริษัทฯ มุ่งเน้นไปในส่วนของบริการรวบรวมสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LCL) ด้วยเครือข่ายสำนักงาน 113 แห่ง ใน 31 ประเทศ อีกทั้งยังมีการขยายเครือข่ายอย่างไม่หยุดนิ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมจำนวนลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกที่เพิ่มมากขึ้น

Mr. Tan อธิบายให้เราฟังว่า “ในระยะแรกเราเริ่มให้บริการในสิงคโปร์ ถัดจากนั้นเราก็ได้มีการขยายบริการไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศจีน ก่อนที่ต่อมาบริษัทฯ จะขยายธุรกิจและบริการไปยังทวีปยุโรปและภูมิภาคอเมริกากลาง แม้ว่าเราจะไม่ได้ก่อตั้งสำนักงานประจำในทุกปลายทางที่เราให้บริการ แต่เราก็มีเครือข่ายตัวแทนผู้ให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของเรา นอกจากนี้ เรายังเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรผู้รวบรวมสินค้าระดับโลก หรือ Global Consolidator Alliance (GCA) ซึ่งช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นบริการแบบครบวงจรไปยังทั่วโลกได้เป็นอย่างดี”

โดย GCA เป็นกลุ่มพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุนให้ Globelink โดดเด่นและแตกต่างจากบริษัทคู่แข่งอื่นๆ เนื่องจาก GCA มีรูปแบบการทำงานที่มุ่งเน้นความแข็งแกร่งเฉพาะด้านของบริษัทสมาชิก ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท CWT Globelink เป็นบริษัทที่มีเครือข่ายอันแข็งแกร่งในทวีปเอเชีย ขณะที่ CaroTrans มีเครือข่ายที่ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา ส่วนบริษัทพันธมิตรในยุโรปและละตินอเมริกาก็จะมีความเชี่ยวชาญในตลาดนั้นๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งเสริมให้ Globelink สามารถนำเสนอบริการที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทสมาชิกของ GCA ยังเป็นผู้ให้บริการชั้นนำในภูมิภาคนั้นๆ ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ลึกซึ้งกว่าบริษัทอื่นๆ ดังนั้น เมื่อบริษัทสมาชิกทำงานร่วมกัน จึงทำให้บริษัทฯ สามารถนำเสนอบริการที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับพื้นที่และยังมีเครือข่ายอันทรงประสิทธิภาพในทุกพื้นที่ทั่วโลก

Part of Something Bigger

เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น Mr. Tok อธิบายว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะสามารถเข้าครองตลาดในทุกภาคส่วนทั้งหมดไปซะทีเดียว “แม้ว่าเราจะให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก แต่เราก็ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนทั้งหมด เพราะบริการรวบรวมสินค้าแบบ LCL นั้นเป็นธุรกิจที่ต้องมีสินค้าเป็นจำนวนมากและต้องมีสเกลการจัดการในระดับโลก แม้แต่บริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าที่มีบริการรวบรวมสินค้าเองก็ยังเข้ามาใช้บริการจากเรา โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาต้องการขนส่งสินค้าไปยังปลายทางที่ไม่ได้มีสินค้าปริมาณมากพอ ทำให้พวกเขาต้องหาโซลูชั่นการขนส่งสินค้าที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งเราก็ได้ให้การสนับสนุนแก่ลูกค้าทั้งบริษัทระดับประเทศและระดับโลก นั่นหมายความว่าเรามีความสามารถทางการแข่งขันสูงไม่ว่าจะเป็นตลาดในท้องถิ่นหรือตลาดโลกก็ตาม”

ในอีกแง่หนึ่งคือ ความแข็งแกร่งของบริษัท Globelink ไม่ได้อยู่ที่การมีสำนักงานประจำท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เครือข่ายระดับโลกของบริษัทฯ ต่างหาก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดบริษัทฯ จึงมุ่งมั่นขยายฐานธุรกิจผ่านการเปิดสำนักงานใหม่และขยายความร่วมมือกับบริษัทร่วมลงทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดย Mr. Tan ได้อธิบายต่อว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ

การคิดค้นนวัตกรรมตู้คอนเทนเนอร์ในช่วงกลางยุค ’50s ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และได้ปฏิวัติแนวทางการขนส่งสินค้าทางทะเลไปตลอดกาล จากการเปลี่ยนแปลงวิธีจัดเก็บสินค้าไปเป็นตู้เหล็กทรงสี่เหลี่ยมในครั้งนั้น ได้ทำให้กระบวนการจัดการขนส่งสินค้าส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยช่วงเวลาเดียวกันนี้ บริษัท CWT ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อช่วยสนับสนุนการขนส่งสินค้าและตอบรับเป้าหมายของประเทศที่มุ่งหวังจะเป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างประเทศ

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งประเทศสิงคโปร์และบริษัทฯ ได้มีการเติบโตควบคู่กันมาโดยตลอด ทุกวันนี้สิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่ทั่วโลกรู้จักในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและขนถ่ายสินค้าหลักของโลก ขณะเดียวกันบริษัท CWT ก็ได้เติบโตเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทั้งหน่วยธุรกิจและแผนกบริการเฉพาะทางต่างๆ โดยหนึ่งในจำนวนนี้คือ CWT Globelink Pte Ltd. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรวบรวมและขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LCL) เพื่อการขนส่งทางทะเล

ด้วยสโลแกน ‘In Unity, We Link the Globe’ ที่ CWT Globelink ยึดมั่นมาโดยตลอด ได้สื่อให้เห็นถึงแนวทางที่บริษัทฯ นำมาใช้ในการบริหาร ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลก อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นใจกลางเส้นทางคมนาคมของทวีปเอเชียและมีข้อได้เปรียบทางการค้าเป็นอย่างมาก

เพื่อเป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นิตยสาร LM ได้พูดคุยกับ Mr. CW Tan ประธานบริหาร และ Mr. Daniel Tok ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท CWT Globelink Group ซึ่งประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์

Mr. Daniel Tok (ซ้าย) Mr. CW Tan (ขวา)

Servicing the World

Globelink เป็นหน่วยธุรกิจโลจิสติกส์และการจัดการขนส่งสินค้าในเครือ CWT โดยทำหน้าที่เป็นบริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลที่ไม่มีเรือเป็นของตัวเอง (NVOCC) ชั้นนำ ที่มุ่งให้บริการแก่บริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าเป็นหลัก โดยธุรกิจหลักของบริษัทฯ มุ่งเน้นไปในส่วนของบริการรวบรวมสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LCL) ด้วยเครือข่ายสำนักงาน 113 แห่ง ใน 31 ประเทศ อีกทั้งยังมีการขยายเครือข่ายอย่างไม่หยุดนิ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมจำนวนลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกที่เพิ่มมากขึ้น

Mr. Tan อธิบายให้เราฟังว่า “ในระยะแรกเราเริ่มให้บริการในสิงคโปร์ ถัดจากนั้นเราก็ได้มีการขยายบริการไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศจีน ก่อนที่ต่อมาบริษัทฯ จะขยายธุรกิจและบริการไปยังทวีปยุโรปและภูมิภาคอเมริกากลาง แม้ว่าเราจะไม่ได้ก่อตั้งสำนักงานประจำในทุกปลายทางที่เราให้บริการ แต่เราก็มีเครือข่ายตัวแทนผู้ให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของเรา นอกจากนี้ เรายังเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรผู้รวบรวมสินค้าระดับโลก หรือ Global Consolidator Alliance (GCA) ซึ่งช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นบริการแบบครบวงจรไปยังทั่วโลกได้เป็นอย่างดี”

โดย GCA เป็นกลุ่มพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุนให้ Globelink โดดเด่นและแตกต่างจากบริษัทคู่แข่งอื่นๆ เนื่องจาก GCA มีรูปแบบการทำงานที่มุ่งเน้นความแข็งแกร่งเฉพาะด้านของบริษัทสมาชิก ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท CWT Globelink เป็นบริษัทที่มีเครือข่ายอันแข็งแกร่งในทวีปเอเชีย ขณะที่ CaroTrans มีเครือข่ายที่ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา ส่วนบริษัทพันธมิตรในยุโรปและละตินอเมริกาก็จะมีความเชี่ยวชาญในตลาดนั้นๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งเสริมให้ Globelink สามารถนำเสนอบริการที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทสมาชิกของ GCA ยังเป็นผู้ให้บริการชั้นนำในภูมิภาคนั้นๆ ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ลึกซึ้งกว่าบริษัทอื่นๆ ดังนั้น เมื่อบริษัทสมาชิกทำงานร่วมกัน จึงทำให้บริษัทฯ สามารถนำเสนอบริการที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับพื้นที่และยังมีเครือข่ายอันทรงประสิทธิภาพในทุกพื้นที่ทั่วโลก

Part of Something Bigger

เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น Mr. Tok อธิบายว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะสามารถเข้าครองตลาดในทุกภาคส่วนทั้งหมดไปซะทีเดียว “แม้ว่าเราจะให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก แต่เราก็ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนทั้งหมด เพราะบริการรวบรวมสินค้าแบบ LCL นั้นเป็นธุรกิจที่ต้องมีสินค้าเป็นจำนวนมากและต้องมีสเกลการจัดการในระดับโลก แม้แต่บริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าที่มีบริการรวบรวมสินค้าเองก็ยังเข้ามาใช้บริการจากเรา โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาต้องการขนส่งสินค้าไปยังปลายทางที่ไม่ได้มีสินค้าปริมาณมากพอ ทำให้พวกเขาต้องหาโซลูชั่นการขนส่งสินค้าที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งเราก็ได้ให้การสนับสนุนแก่ลูกค้าทั้งบริษัทระดับประเทศและระดับโลก นั่นหมายความว่าเรามีความสามารถทางการแข่งขันสูงไม่ว่าจะเป็นตลาดในท้องถิ่นหรือตลาดโลกก็ตาม”

ในอีกแง่หนึ่งคือ ความแข็งแกร่งของบริษัท Globelink ไม่ได้อยู่ที่การมีสำนักงานประจำท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เครือข่ายระดับโลกของบริษัทฯ ต่างหาก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดบริษัทฯ จึงมุ่งมั่นขยายฐานธุรกิจผ่านการเปิดสำนักงานใหม่และขยายความร่วมมือกับบริษัทร่วมลงทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดย Mr. Tan ได้อธิบายต่อว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ

“บริษัทฯ ของเรามีประสบการณ์ในการให้บริการในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แม้ว่าเราจะเพิ่งมีการก่อตั้งสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อสองปีที่ผ่านมา โดยตลอดระยะเวลาในการทำงานที่นี่ เราทราบดีว่าประเทศไทยมีความท้าทายทางการแข่งขันเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นตลาดที่ศักยภาพสูง นอกจากนี้ คนไทยยังให้ความสำคัญกับเรื่องของความสัมพันธ์เป็นอย่างมาก ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าพนักงานของเราจะคงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับลูกค้า เพราะการจะรักษาฐานลูกค้าในประเทศไทยได้นั้นเราต้องมีบุคลากรที่พวกเขาสามารถไว้วางใจได้ แม้ว่าราคาจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญ แต่เราก็ทราบดีว่าหากบริษัทฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าแล้ว ลูกค้าก็ยังจะเลือกใช้บริการจากเราแม้ว่าคู่แข่งจะพยายามเสนอราคาต่ำกว่าเราลงไปอีกนิดหน่อยก็ตาม เพราะลูกค้าต้องการคนที่จะมาช่วยให้พวกเขาได้รับโซลูชั่นที่เหมาะสมกับสินค้าและเข้าใจถึงความท้าทายของลูกค้าได้ดีที่สุด ด้วยความสามารถในการเข้าถึงวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเราทำให้เราสามารถพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ควบคู่ไปกับการนำเสนอบริการและเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วโลก”

Growing Step-by-step

อย่างไรก็ตาม การมุ่งขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ อาจทำให้เกิดการมองข้ามโอกาสในตลาดที่มีอยู่เดิมได้ ในประเด็นดังกล่าวนี้ Mr. Tok ได้ระบุว่าพวกเขายังคงให้ความสำคัญในตลาดเอเชียซึ่งเป็นตลาดแรกเริ่มและเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน

Mr. Tok กล่าวว่า “ตลาดที่เราคุ้นเคยและมีความแข็งแกร่งมากที่สุดคือภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดที่เราเริ่มต้นธุรกิจ แน่นอนว่า Globelink ไม่ได้เริ่มธุรกิจให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเปิดกิจการ เราบุกบั่นทำงานกับลูกค้าในภูมิภาค สร้างเครือข่ายและบริการโดยยึดถือความแข็งแกร่งของเราและต่อยอดธุรกิจมาตลอดหลายปี เราไม่ได้ยึดติดอยู่กับลูกค้ารายใดรายหนึ่งเท่านั้น แต่เราพยายามขยายฐานลูกค้าระดับโลกมาโดยตลอด นั่นจึงทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ เนื่องจากปริมาณสินค้าส่วนใหญ่ของเราไม่ได้มาจากบริษัทระดับโลกเพียงแห่งเดียว อีกทั้งลักษณะตลาดโดยทั่วไปในตลาดเอเชียส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก ดังนั้น หากคุณมีฐานลูกค้าจำนวนมาก พื้นฐานทางธุรกิจก็จะมั่นคงตามไปด้วย บริษัทฯ ของเราให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียแปซิฟิกมาโดยตลอด จนกระทั่งทุกวันนี้เอเชียแปซิฟิกถือเป็นระเบียงการค้าโลกที่มีการเติบโตเป็นอย่างมาก เมื่อเราสามารถเจาะตลาดนี้และมีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้ได้สำเร็จ เราก็สามารถที่จะขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอื่นๆ ได้ทั่วโลก”

นอกจากนี้ Mr. Tan ยังได้กล่าวสรุปว่า “สำหรับ Globelink แล้ว การที่เราจะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงนั้น ไม่ใช่เพียงการเดินหน้าดำเนินธุรกิจรวบรวมสินค้าในรูปแบบดั้งเดิมเท่านั้น หากแต่เรายังมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ เช่นปัจจุบันเรากำลังมองหาโอกาสที่จะขยายบริการรับสินค้าภาคพื้นดินในพื้นที่ต่างๆ และนำเสนอบริการที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ เรายังมีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ ผ่านบริการรวบรวมและขนส่งสินค้าอันตรายให้แก่ลูกค้า ในฐานะบริการเพิ่มมูลค่า (value-added) แม้ว่าบริการเหล่านี้จะมีความท้าทายสูงสำหรับผู้ให้บริการขนส่งสินค้าแบบ LCL แต่ด้วยประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างยาวนานทำให้เรามีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการปรับรูปแบบการดำเนินการให้เป็นดิจิทัลมากขึ้นก็ถือเป็นอีกประเด็นที่บริษัทของเราให้ความสำคัญ เรากำลังศึกษาและประเมินแนวทางในการพัฒนาธุรกิจของเราผ่านการใช้งานระบบดิจิทัล ซึ่งแน่นอนว่าเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรของเราผ่านทั้งธุรกิจที่มีอยู่เดิมและการควบรวมธุรกิจต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเพิ่มความถี่ในการให้บริการบนเส้นทางการค้าหลักบางแห่ง และมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายความครอบคลุมไปยังเส้นทางการค้าอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม เรายังคงเชื่อมั่นว่าเครือข่ายระดับโลกของเราจะมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะช่วยให้ Globelink สามารถเชื่อมต่อตลาดในทวีปเอเชียกับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี”

ข้อมูลติดต่อ Globelink (Thailand) Co., Ltd.

191/1 อาคาร ฮั่ง เส็ง ฮวด ชั้น 10 ถนนพระราม 3 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพ 10120

โทร: 02-2899211 อีเมล์: consol@globelink-thailand.com เว็บไซต์: www.globelink-thailand.com