ณ ปัจจุบัน คือหนึ่งในช่วงเวลาที่โลกผันเปลี่ยนสู่ความรุ่งเรืองที่สุด เนื่องจากอัตราการว่างงานที่ต่ำในหลายประเทศ ขณะที่ตลาดการค้าก็มาถึงจุดที่มั่นคง โอกาสมากมายในการทำงานจึงเปิดกว้าง ด้วยเหตุนี้ ผู้จ้างงานจึงจำเป็นต้องสื่อสารเกี่ยวธุรกิจของตัวเองเพื่อดึงดูดผู้สมัครงานที่มีศักยภาพ

ด้วยเหตุนี้ บริษัท DHL Global Forwarding จึงมุ่งมั่นสร้างชื่อเสียงและพัฒนาองค์กรจนได้รับรางวัล ‘Top Employers’ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อินโดนีเซีย อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย จากสถาบัน Top Employers Institute ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่บริษัทฯ เสนอชื่อเข้าร่วม

การคัดเลือกและชนะรางวัลที่เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันคุณภาพและความสำเร็จขององค์กรในการบริหารจัดการบุคลากรอันยอดเยี่ยม โดยการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความคิดเชิงบวก พร้อมส่งเสริมพนักงาน ให้พัฒนาตนเอง ทั้งในแง่ปัจเจกบุคคลและในฐานะพนักงานมืออาชีพ

นิตยสาร LM ฉบับนี้ ได้รับโอกาสพูดคุยกับ Mr. Thomas Tieber ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท DHL Global Forwarding ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Mr. Edwin Pinto ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย บริษัท DHL Global Forwarding (Thailand) และ คุณ นราวดี ธนเศรษฐกร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท DHL Global Forwarding (Thailand) มาร่วมเปิดเผยการเดินทางสู่เป้าหมายในฐานะผู้ชนะรางวัลอันทรงเกียรติ และแผนการอบรมขององค์กรเพื่อพัฒนาสู่การเป็น ผู้จ้างงานที่ยอดเยี่ยม หรือ ‘Top Employer’

(จากซ้าย) Mr. Thomas Tieber ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท DHL Global Forwarding ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, คุณ นราวดี ธนเศรษฐกร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท DHL Global Forwarding (Thailand) และ Mr. David Plink ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถาบัน Top Employers Institute

The Process

แบบสำรวจของสถาบัน Top Employers Institute ประกอบด้วยเกณฑ์ประเมินข้อปฏิบัติที่ดีที่สุดขององค์กรเพื่อบุคลากร จำนวนกว่า 600 ข้อ ภายใต้ 10 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ การวางแผนกลยุทธ์สำหรับบุคลากรที่โดดเด่น (Talent Strategy), การวางแผนบริหารจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Workforce Planning), การเฟ้นหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติโดดเด่น (Talent Acquisition), ขั้นตอนการอบรมสำหรับบุคลากรใหม่ (On-boarding), การเรียนรู้และการพัฒนา (Learning & Development), การบริหารจัดการผลการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Perfor-mance Management), การพัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership Development), การบริหารความก้าวหน้าในอาชีพและความสำเร็จ (Career & Succession Management), การชดเชยและสิทธิประโยชน์ (Compensation & Benefits) และวัฒนธรรมองค์กร (Culture) 

ข้อกำหนดที่รัดกุมเหล่านี้ เป็นเครื่องคัดกรองผู้จ้างงานที่แสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนากรรมวิธีอบรมบุคลากร พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาตนเองสู่การเป็น องค์กรที่ใช่ในหัวใจพนักงาน หรือ Employer of Choice อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันฯ ได้ทำการตรวจสอบและประเมินผล

โดยสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ก่อนที่จะให้การรับรององค์กรในฐานะ Top Employer “ขั้นตอนในการที่จะได้รับรางวัลนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เราชนะรางวัล และเราเป็นหนึ่งในองค์กรโลจิสติกส์กลุ่มแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าวในประเทศไทยด้วย ในการที่จะได้รับรางวัลนี้ เราต้องผ่านเกณฑ์การประเมินกว่า 600 ข้อ กระนั้นแล้ว ความสม่ำเสมอยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่สุด การพัฒนาของเราไม่ได้หยุดเมื่อชนะรางวัล เรายังคงต้องปฏิบัติตามเกณฑ์และรักษาคุณสมบัติเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐาน การสำรวจ เพื่อประเมินการเข้ารับรางวัลนี้ ยังช่วยให้บุคลากรทุกคนมีความเข้าใจในการปฏิบัติงานที่ตรงกันด้วย เรายังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเราต้องการรักษาสถานะผู้ชนะรางวัลนี้เอาไว้” Mr. Tieber กล่าวถึงการรับรางวัลทรงเกียรติซึ่งเป็นเครื่องการันตีคุณภาพองค์กร

Mr. Edwin Pinto ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย บริษัท DHL Global Forwarding (Thailand)

“ผมมองว่ารางวัลนี้คือเครื่องรับประกันรูปแบบการบริหารบุคลากรของเรา การรับรางวัลนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เราทุ่มเทแรงกายและแรงใจเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรของเรา ขณะที่มุ่งมั่นกับการบรรลุเป้าหมาย การให้ความเคารพซึ่งกันและกันในสถานที่ทำงานก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เราต้องมองเห็นผลงานและแสดงความชื่นชมต่อบุคลากรอย่างเหมาะสมและทันต่อเหตุ-การณ์ ขณะเดียวกันก็ต้องตระหนักถึงอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าทีมงานของเราด้วย การทำงานด้วยแรงบันดาลใจนั้นให้ผลลัพธ์เป็นผลงานที่ดีเยี่ยม บวกกับการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ณ สถานที่ทำงานแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ความซื่อสัตย์ต่อองค์กร ในอีกแง่หนึ่ง รางวัลนี้เปรียบเสมือนการนำเสนอภาพลักษณ์ขององค์กรในฐานะ ที่ทำงานที่น่าดึงดูดสำหรับคนรุ่นใหม่” Mr. Edwin Pinto กล่าวเสริม

A Great Place to Work

ในขณะที่บุคคลภายนอกมักมองภาพอุตสาห-กรรมโลจิสติกส์ว่าเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ เป็นงานที่ตราก ตรำ เช่นว่า ต้องบรรจุกล่อง และยกขนสินค้า ซึ่งแตกต่างจากความเป็นจริง อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในปัจจุบันนั้น มุ่งเน้นไปที่การเผยแพร่ข้อมูล การคาดเดาทิศทางในอนาคต และการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว รางวัล Top Employer จึงสามารถสร้างมูลค่า ให้แก่องค์กรอย่างมหาศาล เนื่องจากในสายตาของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มก้าวเดินสู่โลกแห่งธุรกิจ การร่วมงานกับองค์กรที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้จ้างงานชั้นยอด เป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจอย่างยิ่ง 

“ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่จะเกิดความสนใจในแบรนด์ของ DHL และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์อย่างรวดเร็ว เรามีขอบข่ายการทำงานที่กว้างขวาง พร้อมโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับบุคคลที่หลากหลายและสินค้ามากประเภท งานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์เป็นงานระดับนานาชาติ ทั้งยังมีคุณค่าในตัวเองอย่างสูงอีกด้วย” Mr. Tieber กล่าวถึงการสร้างความสนใจแก่บัณฑิตใหม่ที่เดินหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์

Mr. Thomas Tieber ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท DHL Global Forwarding ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม การเปิดรับคนรุ่นใหม่เข้าสู่องค์กรเป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น “ข้อสำคัญในการทำงานภายในองค์กร DHL ก็คือ ความเข้าใจในหัวใจหลักของแบรนด์ DHL รวมถึงพันธกิจที่ DHL มีต่อลูกค้า การฝึกอบรมพนักงานใหม่จะทำแค่หนึ่งหรือสองครั้งไม่ได้ จำเป็นต้องมีการอบรมเป็นขั้นเป็นตอน พนักงานใหม่ทุกคนต้องผ่านช่วงปฐมนิเทศน์เสียก่อน ซึ่งสำหรับบริษัทโลจิสติกส์รายอื่นๆ การอบรมอาจหยุดลงที่ขั้นตอนนี้ แต่เรามองว่าการอบรมเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามีการฝึกอบรมที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับตัวบุคลากร หนึ่งในการอบรมที่โดดเด่นของเราก็คือ Certified International Forwarder (CIF) ซึ่งเป็นหลักสูตรอบรมพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรม

โลจิสติกส์ ที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ การอบรมด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทางทะเล และการอบรมทักษะการเจรจา เราต้องการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้รอบ และมองเห็นความทุ่มเทขององค์กรในการพัฒนาบุคลากร” Mr. Tieber กล่าว

Quality Talent

ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล คุณนราวดีมีความเข้าใจเป็นอย่างดี ถึงการรักษาบุคลากรคุณภาพเอาไว้กับองค์กร ซึ่งเริ่มจากแนวคิดหลัก หรือ Core Values สี่ประการ “เราได้ปลูกฝัง Core Values สี่ข้อ ให้กับพนักงานทุกคนในการอบรมก่อนเข้าทำงาน ข้อแรกคือ ‘Entrepreneurship’ หรือ การปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของกิจการให้กับพนักงาน ข้อที่สองคือ ‘Passion’ หรือ แรงบันดาลใจและความรักในงานที่ทำ โดยทั้งสองแนวคิดนั้นจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพราะเมื่อพนักงานมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าขององค์กร พวกเขาก็จะมี Passion ในการทำงาน และอยากให้ผลงานที่ทำออกมามีประสิทธิภาพ เพื่อให้องค์กรมีผลประกอบการที่ดี เมื่อผลงานออกมาดี ก็จะเกิดความภาคภูมิใจและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับองค์กร” คุณนราวดีกล่าว

“แนวคิดต่อมาที่เราปลูกฝังให้กับพนักงานคือ ‘Excellence’ หรือ ความเป็นเลิศ พนักงานทุกคนจะต้องมีแนวทางการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานและสามารถวัดผลได้ โดยเราได้ใช้มาตรฐาน ISO ในการประเมินคุณภาพการทำงานของพนักงานของเรา รวมถึงเรามีเครื่องมือภายในที่เรียกว่า ‘First Choice’ สำหรับการปรับปรุงคุณภาพการปฏิบัติงาน โดยมีลักษณะเป็นแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการทำงานสูงสุด”

คุณ นราวดี ธนเศรษฐกร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท DHL Global Forwarding (Thailand)

“สำหรับแนวคิดสุดท้ายคือ ‘Teamwork’ หรือ ความสามัคคี กล่าวคือการทำงานใน DHL นั้น ทุกคนทำงานในฐานะทีมเดียวกัน และเรามีการส่งเสริมการอบรมข้ามแผนก เพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้งานที่หลากหลาย และเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละแผนก เมื่อพนักงานมีความตระหนักในข้อปัญหาเหล่านั้น รวมทั้งมีความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงานในต่างแผนกหรือต่างสาขา จากการที่มีโอกาสได้ร่วมงานกันมาก่อน ปัญหาด้านการประสานงานก็จะลดน้อยลง และยิ่งไปกว่านั้น เราส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ระดับบริหารเปิดประตูห้องทำงานเอาไว้เสมอ เพื่อให้พนักงานทุกระดับสามารถเข้ามาปรึกษาและขอคำแนะนำได้ตลอดเวลา”

DHL Global Forwarding ยังมีวัฒนธรรมในการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารอีกด้วย “เราอบรมผู้จัดการของเราให้ตระหนักในคุณค่าของการให้ความเคารพ ซึ่งหมายรวมไปถึงการแสดงความมุ่งมั่นและความกระตือ รือร้นในการสื่อสารเป้าหมายขององค์กร การแสดงความเคารพและความห่วงใยต่อผู้อื่นอย่างจริงใจ ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างและพร้อมที่จะรับฟังความเห็นของพนักงาน ความยืดหยุ่นและความสามารถในการร่วมงานกับผู้คนที่หลากหลายก็เป็นอีกคุณลักษณะที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ผู้จัดการต้องใจกว้างและพร้อมยอมรับเมื่อทำผิดพลาด และต้องสามารถบรรลุเป้าหมายตามคำมั่นสัญญาที่ให้เอาไว้ พร้อมกับเล็งเห็นผลงานของพนักงานทุกๆ คนอย่างเท่าเทียมกัน” Mr. Edwin Pinto กล่าว

“ขณะเดียวกัน เราก็ต้องให้ความสำคัญกับเป้าหมายทางธุรกิจของเราด้วย เราต้องมีความชัดเจนและรับรู้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เราต้องการอยู่เสมอ การบริหารจัดการบุคลากรที่ปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานโดยการมอบคำแนะนำ เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อองค์กรของเรา การเล็งเห็นผลงานของบุคลากรและให้การชมเชยหรือตกรางวัลอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญ เราส่งเสริมให้มีการแบ่งปันไอเดียและวิธีปฏิบัติงานเหล่านั้น เราต้องแก้ปัญหาทันทีที่พบ เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีและเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการทำงานภายใต้แนวคิดหลักอย่าง Entrepreneurship, Passion, Excellence และ Teamwork” Mr. Edwin Pinto อธิบายต่อ  

ท้ายที่สุด ในแผนการพัฒนาบุคลกรขององค์กร นั้น Mr. Tieber เป็นบุคคลสำคัญที่วางรากฐานในเรื่องนี้มาเป็นเวลากว่า 25 ปี โดยมีโอกาสได้ฝึกอบรมบุคลากรฝ่ายบริหารจำนวนมาก ซึ่งหลายคนเติบโตไปจนถึงระดับผู้บริหารอาวุโสและได้สร้างผลงานให้กับองค์กรเอาไว้มากมาย “ผมมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่มีโอกาสได้พัฒนาบุคลากรจนได้ขึ้นตำแหน่งผู้บริหารอาวุโสมาแล้วนับร้อยคนในช่วงเวลาหลายปีมานี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความหมายต่อผมมาก ผมมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรด้วยใจ การพัฒนาบุคลากรเป็นงานแรกที่ผมทำหลังจากได้รับตำแหน่งงานระดับบริหาร ทุกๆ ปี ผมจะเฟ้นหาบุคคลที่โดดเด่นด้วยตัวเองและคอยดูแลพวกเขา ไม่เพียงแค่ในระยะเวลาหนึ่งหรือสองปี แต่ผมพร้อมให้ความช่วยเหลือพวกเขาตลอดชีวิตการทำงานของพวกเขาเลย ไม่เพียงเท่านั้น ผมยังส่งเสริมให้บุคลากรที่ผมอบรมปฏิบัติแบบเดียวกับผม และผมก็หวังว่าการส่งต่อเจตนารมณ์ในรูปแบบนี้จะสามารถสร้างผลกระทบแบบปฏิกิริยาลูกโซ่ ในเชิงที่มีการสานต่อการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรในลักษณะนี้ต่อไป การฝึกอบรมพนักงานและผู้จัดการอย่างทั่วถึงทั้งองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในองค์กรของเรา และผมก็หวังว่าสิ่งนี้จะสืบทอดต่อกันจนกลายเป็นวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ขององค์กรในฐานะ Top Employer อีกด้วย” Mr. Tieber กล่าว


ร่วมลุ้นรับรางวัล แก้วน้ำสุญญากาศ จำนวน 5 รางวัล จาก DHL เพียงร่วมตอบคำถามจากบทความ DHL Global Forwarding คว้ารางวัล Top Employers Award การันตีนโยบายพัฒนาบุคลากรอย่างมีคุณภาพ

ท่านสามารถร่วมสนุกได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2020 และตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ในนิตยสาร LM ฉบับที่ 532 ประจำวันที่ 15 มกราคม 2020 หรือในเฟซบุคเพจ facebook.com/ThaiLogisticsManager