DHL Supply Chain ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นโลจิสติกส์ ประสบความสำเร็จในการติดตั้งโซลูชั่นซัพพลายเชนแบบครบวงจรให้กับคลังสินค้าของ Tetra Pak ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะแห่งแรกของ DHL ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่นำเทคโนโลยีฝาแฝดดิจิทัล (digital twin) มาใช้ในการบริหารจัดการระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในคลัง

“Tetra Pak เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำระดับโลก พวกเราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ Tetra Pak บรรลุพันธกิจด้านการจัดหาและเพิ่มความปลอดภัยของอาหารทั่วโลก” Mr. Jerome Gillet ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DHL Supply Chain ประจำประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ กล่าว “ความร่วมมือกันในการติดตั้งโซลูชั่นดิจิทัล เพื่อสนับสนุนระบบปฏิบัติการขนส่งและบริหารจัดการคลังสินค้าในครั้งนี้ ยังเป็นต้นแบบของคลังสินค้าอัจฉริยะแห่งอนาคต ที่สามารถมอบปฏิบัติการซัพพลายเชนที่รวดเร็ว คุ้มค่า และวัดผลได้”

ด้วยการผสานเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และการวิเคราะห์ข้อมูล DHL Supply Chain สร้างโซลูชั่นคลังสินค้าอัจฉริยะ ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลทางกายภาพของคลังสินค้าจริงเข้ากับแบบจำลองเสมือนจริงที่สามารถติดตาม ตรวจสอบ และเลียนแบบสภาพแวดล้อมจริงของคลังสินค้าและสินทรัพย์ภายในคลังได้ในแบบเรียลไทม์ ด้วยเทคโนโลยีฝาแฝดดิจิทัลนี้ Tetra Pak จึงสามารถรักษาความต่อเนื่องในการปฏิบัติการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะปัญหาด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลทางการผลิต

ขณะเดียวกัน ผู้ดูแลคลังสินค้าสามารถใช้ข้อมูลการปฏิบัติการในแบบ real time เพื่อประกอบการตัดสินใจแก้ปัญหาความหนาแน่นภายในคลัง เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนทรัพยากร และการจัดสรรจำนวนแรงงาน นอกจากนี้ ภายในคลังยังติดตั้งเทคโนโลยี IoT และเซ็นเซอร์ตามอุปกรณ์ยกขนต่างๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบพิกัด และลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุปะทะชนกันของเครื่องจักรได้อีกด้วย

ภายในหอควบคุมการปฏิบัติการของ DHL ยังมีระบบตรวจสอบการเข้า-ออกของสินค้าที่มีประสิทธิภาพ จึงมั่นใจได้ว่าสินค้าจะถูกจัดวางบนชั้นได้อย่างถูกต้องภายใน 30 นาทีที่สินค้ามาถึงคลัง และสินค้าที่เตรียมนำส่งจะพร้อมสำหรับการส่งมอบภายใน 95 นาที

“นวัตกรรมคือหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำที่ Tetra Pak ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติการของเราเป็นไปอย่างราบรื่น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีโซลูชั่นการบริหารจัดการคลังสินค้าและซัพพลายเชนที่สามารถสนองตอบความต้องการระดับสูงของลูกค้าได้ เราพอใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จในการติดตั้งคลังสินค้าอัจฉริยะแห่งนี้ และหวังที่จะได้ร่วมกับ DHL Supply Chain เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของเราและรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงในการปฏิบัติการซัพพลายเชน” Mr. Devraj Kumar ผู้อำนวยการฝ่ายโลจิสติกส์ ประจำภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และโอเชียเนีย บริษัท Tetra Pak กล่าว