คุณพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

คุณพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เผยว่า ธนาคารฯ ได้ตอบรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (Soft Loan) ให้แก่ธุรกิจ SME ที่มีวงเงินรวมกลุ่มไม่เกิน 500 ล้านบาท เป็นเวลา 2 ปี

โดย EXIM BANK ได้ขยายสินเชื่อให้แก่ธุรกิจ SME ที่มียอดคงค้างสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท และเข้าข่ายมาตรการความช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 จำนวนกว่า 2,500 ราย ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยในช่วงหกเดือนแรก

พร้อมกันนั้น ผู้ดำเนินธุรกิจ SME ยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้สูงสุดเป็นจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ ของยอดหนี้คงค้าง ณ สิ้นปี 2019 เพื่อสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนในกิจการเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท โดยระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา จนถึง 31 ธันวาคม 2020  

โดยมาตรการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษของ EXIM BANK สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มีดังต่อนี้:

• สินเชื่อระยะสั้น 2 ปี สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินรวมกลุ่มไม่เกิน 500 ล้านบาท วงเงินสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์ ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2020 โดยไม่คิดดอกเบี้ยช่วงหกเดือนแรก และ ไม่คิดค่าธรรมเนียมการใช้สินเชื่อ เพื่อนำไปหมุนเวียนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและลงทุน ซึ่งได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจาก COVID-19

• สินเชื่อระยะยาว 7 ปี สำหรับลูกค้าและผู้ประกอบการทั่วไป

– วงเงินสำหรับการนำไปใช้หมุนเวียนในกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกและลงทุน ซึ่งได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจาก COVID-19 สูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในปีที่หนึ่งและสอง

– วงเงินสำหรับนำไปใช้ซื้อหรือปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ หรือต่อเติมปรับปรุงโรงงาน สูงสุด 100 ล้านบาทต่อราย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในปีที่หนึ่งและสอง

• สินเชื่อส่งเสริมการจ้างงาน วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และมีระยะเวลาการกู้สูงสุดเจ็ดปี  

“นอกจากการพักชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยระยะเวลาหกเดือนให้แก่ลูกค้า EXIM BANK ยังตอบรับนโยบายของรัฐบาล ในการเยียวยาผู้ประกอบธุรกิจส่งออกและนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เป็นวงกว้าง ด้วยการส่งเสริมสภาพคล่องแก่ลูกค้าและผู้ประกอบการทั่วไปในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกขนาดธุรกิจ ซึ่งรวมไปถึงธุรกิจ SME เพื่อให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจกระจายไปถึงแรงงานและผู้มีรายได้น้อยในสังคม และเพื่อให้ทุกภาคส่วนก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน” คุณพิศิษฐ์กล่าว

ทั้งนี้ EXIM BANK ยังเปิดคลินิกให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกและนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทางโทรศัพท์ ที่เบอร์ 0-2617-2111 ต่อ 3510-2 อีกด้วย