DCIM100MEDIADJI_0009.JPG

Mr. Griff Lynch ผู้อำนวยการบริหาร การท่าเรือแห่งรัฐจอร์เจีย (GPA) เปิดเผยว่า ในปี 2019 ท่าเรือ Savannah มีการปฏิบัติการยกขนตู้สินค้าทั้งหมดกว่า 4.6 ล้านทีอียู คิดเป็นปริมาณเพิ่มขึ้นเกือบ 250,000 ทีอียู (5.6 เปอร์เซ็นต์) เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงที่สุดในประวัติการณ์

“ความสำเร็จขั้นสูงสุดนี้เกิดขึ้นจากทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึง GPA และพันธมิตรด้านการขนส่งทางรถบรรทุกและทางรถไฟ International Longshoremen’s Association รวมถึงนักลงทุนในพื้นที่ทุกรายที่ร่วมผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ” Mr. Lynch กล่าว “ผลลัพธ์ที่ได้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งมีต่อบริการของเรา ที่ทั้งตรงต่อเวลาและเชื่อถือได้”

ด้านตลาดการขนส่งยานพาหนะ GPA ได้ปฏิบัติการยกขนรถยนต์ รถบรรทุก และรถหัวลากรวมกว่า 657,685 คัน ในปี 2019 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12,167 คัน หรือ 2 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ Mr. Will McKnight ประธานคณะกรรมการบริหาร การท่าเรือ GPA กล่าวว่า “ทั้ง Savannah และ Brunswick ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ซึ่งเห็นได้จากปริมาณการยกขนตู้สินค้าที่ท่าเทียบเรือ Garden City ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่าปริมาณทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาถึงสามเท่า รวมไปถึงปริมาณการขนส่งยานพาหนะที่ท่าเทียบเรือ Brunswick ซึ่งมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น สวนทางกับยอดขายยานพาหนะในสหรัฐอเมริกาของปี 2019 ที่ซบเซาลง”

โดยรวมแล้วท่าเทียบเรือทั้งหมดของ GPA มีการปฏิบัติการยกขนสินค้ารวม 38.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2018 ถึง 4.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประกอบด้วยสินค้าวางกองที่ยังมีปริมาณคงที่ บวกกับสินค้าเทกองและสินค้าบรรจุตู้ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ อีกปัจจัยสำคัญคือการปฏิบัติการยกขนสินค้าล็อตใหม่ผ่านท่าเรือ Appalachian Regional Port รวม 36,000 ทีอียู และการเปิดตัวศูนย์จัดการสินค้าประเภทยางเรซินสองแห่งใกล้กับ Savannah ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้ากว่า 90,000 ทีอียูต่อปี

Mr. Lynch ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ฝ่ายบริหารการท่าเรือ GPA กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจำเป็นต่อการรองรับธุรกิจใหม่ๆ ขณะที่ยังคงรักษาความคล่องตัวในการยกขนสินค้า โดยวางแผนไว้ว่าโครงสร้างพื้นฐานนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ระวางสำหรับการขนส่งทางรถไฟที่ท่าเรือ Savannah ได้ถึงสองเท่า โดยเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่สองล้านทีอียูต่อปี และขยายศักยภาพท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาด 14,000 ทีอียูได้พร้อมกันถึงหกลำภายในปี 2026 อีกทั้งยังพัฒนาพื้นที่อีก 400 เอเคอร์บนเกาะ Colonel’s Island ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการรองรับยานพาหนะจากเดิม 800,000 คันเป็น 1.5 ล้านคันหรือเกือบสองเท่าต่อปี