ตู้ Reefer : ทางเลือกสำคัญของการขนส่งวัคซีน Covid-19

0
988

การขนส่งและกระจายวัคซีน Covid-19 ถือเป็นอีกหนึ่งในความท้าทายหลักของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ยุคปัจจุบัน เนื่องจากวัคซีน Covid-19 ปริมาณหลายล้านโดสจำเป็นต้องได้รับการจัดส่งไปยังปลายทางทั่วโลกอย่างเร่งด่วนภายในระยะเวลาที่จำกัด พร้อมกันนี้ การจัดการและจัดเก็บวัคซีนทุกโดสจะต้องดำเนินการภายใต้อุณหภูมิต่ำเป็นพิเศษ (ultra-cold) คือ ราว -70 ถึง -80 องศาเซลเซียสตลอดซัพพลายเชน

Clear the Decks

แม้โหมดการขนส่งทางอากาศจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่ทั้งบริษัทผู้ผลิต ผู้รับจัดการขนส่งสินค้า และภาครัฐของแต่ละประเทศนึกถึงเมื่อต้องการขนส่งวัคซีนป้องกันโรค Covid-19 ด้วยเหตุผลด้านความรวดเร็วและความต้องการใช้งานที่เร่งด่วน อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ได้คาดการณ์ว่าภายในระยะสองถึงสามปีที่จะถึงนี้ จะมีความต้องการใช้งานตู้ขนส่งสินค้าเย็น (reefers) เพื่อการขนส่งและกระจายวัคซีน Covid-19 ผ่านโหมดการขนส่งทางทะเลไปยังปลายทางทั่วโลกมากกว่า 60,000 ตู้ ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมฯ จึงเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการขนส่งวัคซีนผ่านโหมดการขนส่งทางทะเลให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในแง่ต่างๆ อย่างเร่งด่วน

ตู้สินค้าเย็นถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่เป็นหัวใจหลักของการขนส่งวัคซีนทางเรือ ยิ่งการขนส่งใช้ระยะเวลามากเท่าใด ประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิสินค้าของตู้สินค้าเย็นก็ยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องจากวัคซีนเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิสูง (temperature sensitive) อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับการป้องกันโรคและช่วยเหลือชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน ตู้สินค้าเย็นส่วนใหญ่มักถูกใช้งานในการขนส่งสินค้าประเภทของสดเสียง่าย (perishables) และสินค้าเภสัชภัณฑ์เป็นหลัก แต่ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้เราจะเห็นว่าสายการเดินเรือหลายแห่งได้มีการสั่งซื้อตู้สินค้าเย็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีตู้สินค้าเย็นเองต่างก็เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถตอบรับกับความต้องการในอุตสาหกรรมฯ ทั่วโลกอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะการยกระดับตู้สินค้าเย็นให้สามารถรองรับการขนส่งวัคซีน Covid-19 ที่กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี้

Beat the Heat

แม้ตู้สินค้าเย็นที่ใช้ในการขนส่งสินค้าประเภทต่างๆ จะมีช่วงอุณหภูมิแตกต่างจากข้อกำหนดของการขนส่งวัคซีน แต่ด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และพัฒนาการทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้บริษัทผู้ผลิตสามารถยกระดับขีดความสามารถของตู้สินค้าควบคุมอุณหภูมิให้สามารถรองรับการขนส่งและกระจายวัคซีน Covid-19 ได้เป็นอย่างดี โดยบริษัท Thermo King ซึ่งเป็นผู้ผลิตตู้สินค้าเย็นที่เคยปฏิวัติการขนส่งอาหารผ่านเทคโนโลยีการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิมาแล้ว ได้ทำงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตยา ภาครัฐ และบริษัทโลจิสติกส์หลายแห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าซัพพลายเชนการขนส่งวัคซีนไปยังคลีนิคและโรงพยาบาลทั่วโลกจะเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัทฯ ได้เดินหน้าพัฒนาตู้สินค้าเย็นต่อยอดจากเทคโนโลยีตู้สินค้าเย็นในปัจจุบันที่ลูกค้านำไปใช้ในการขนส่งปลาทูน่าสดไปยังประเทศญี่ปุ่น ให้สามารถรองรับการขนส่งวัคซีน Covid-19 ได้ เนื่องจากตู้สินค้าเหล่านี้เป็นตู้ที่สามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ต่ำเป็นพิเศษ

โดยทั่วไปแล้ว การขนส่งปลาทูน่าสดจำเป็นต้องจัดเก็บสินค้าภายใต้อุณหภูมิ -60 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณภาพของและสีของเนื้อปลาให้คงความสดใหม่จนถึงปลายทางสุดท้ายในร้านค้าและร้านอาหาร ขณะที่วัคซีน Covid-19 จากหลายบริษัทผู้ผลิตจำเป็นต้องมีการจัดเก็บและขนส่งภายใต้อุณหภูมิ -70 และ -80 องศาเซลเซียส ดังนั้น ทาง Thermo King จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ตู้สินค้าเย็น โดยเพิ่มฉนวนกันความร้อนและปรับปรุงระบบทำความเย็นให้สามารถกักเก็บความเย็นได้มากยิ่งขึ้น โดยที่ตู้สินค้าเย็นขนาด 20 ทีอียูแต่ละตู้ สามารถบรรจุวัคซีนได้ราว 300,000 โดส เมื่อประเมินจากขนาดบรรจุภัณฑ์วัคซีนของบริษัท Pfizer

Ultra-Cold Storages

แม้อุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลจะคาดการณ์ว่าจะมีความต้องการใช้งานตู้สินค้าเย็นไม่น้อยกว่า 60,000 ตู้ แต่ก็มีแนวโน้มที่ตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากตู้สินค้าเย็นจำนวนไม่น้อยจะถูกนำไปใช้งานเป็นพื้นที่จัดเก็บสินค้าชั่วคราว หรือ Pop up cold storage อันเป็นผลมาจากการขาดแคลนคลังสินค้าที่สามารถจัดเก็บวัคซีน Covid-19 ในช่วงอุณหภูมิต่ำเป็นพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในทางเดียวกันนี้ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีตู้สินค้าสัญชาติเยอรมัน อย่าง MECOTEC Group ก็ได้เปิดตัวตู้สินค้าควบคุมอุณหภูมิชนิดพิเศษ (Mobile Hybrid Container) ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ต่ำสุดที่ -80 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยให้บริษัทผู้ปฏิบัติการขนส่งสินค้าสามารถมอบโซลูชันการขนส่ง การเก็บรักษา และการกระจายวัคซีน COVID-19 ได้อย่างครบวงจร โดยบริษัท MECOTEC ระบุว่า สาเหตุหลักก็คือข้อจำกัดด้านการจัดเก็บวัคซีนที่จำเป็นต้องเก็บรักษาภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำราว -80 องศาเซลเซียส แต่ทุกวันนี้ทั่วโลกมีศูนย์การแพทย์เพียงไม่กี่แห่งที่มีอุปกรณ์และพื้นที่เพียงพอสำหรับการเก็บรักษาวัคซีนในปริมาณมาก ดังนั้น ตู้สินค้าควบคุมอุณหภูมิชนิดพิเศษจึงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถทำหน้าที่เป็นคลังสินค้าขนาดย่อมเพื่อจัดเก็บวัคซีน ซึ่งคุณลักษณะดังกล่าวของตู้สินค้าเย็นจะช่วยให้ผู้ผลิต ผู้รับจัดการขนส่งสินค้า และภาครัฐในหลายประเทศที่ไม่มีคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิเป็นของตนเอง หันใช้งานตู้สินค้าเย็นเป็นคลังสินค้าชั่วคราวเพื่อรักษาคุณภาพของวัคซีน โดยเฉพาะปลายทางในพื้นที่ห่างไกล

อย่างไรก็ตาม แม้หลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมฯ จะเริ่มเตรียมความพร้อมให้สามารถรองรับการขนส่งวัคซีน Covid-19 ผ่านการสั่งซื้อและปรับปรุงประสิทธิภาพตู้สินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแล้ว แต่เพื่อให้มั่นใจว่าตู้สินค้าเย็นจะมีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอ ทั้งการขนส่งวัคซีนและสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิอื่นๆ ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมฯ ยังจำเป็นต้องมีการวางแผนและคาดการณ์ความต้องการใช้งานตู้สินค้าเย็นล่วงหน้าอยู่เสมอ เพื่อบริหารจัดการตู้สินค้าเย็นให้เพียงพอต่อการใช้งาน และป้องกันไม่ให้เกิดการขาดแคลนตู้สินค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลโดยรวมในอีกแง่หนึ่งด้วย

อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่