ท่าเรือ Rotterdam เผยผลการปฏิบัติการช่วงครึ่งปีแรก โดยระบุว่ามีปริมาณสินค้าผ่านท่าทั้งสิ้น 240.7 ล้านตัน ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2019 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า 3.4% ขณะเดียวกัน ปริมาณตู้สินค้าที่ขนส่งผ่านท่าเรือเติบโต 4.8% (เมื่อคิดเป็นตัน หรือ 6.4% เมื่อคิดเป็นทีอียู) เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน การเติบโตตลอดครึ่งปีแรกนี้เป็นผลมาจากปริมาณสินค้านำเข้าและสินค้าถ่ายลำที่เพิ่มขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบผ่านท่าเรือยังเพิ่มขึ้น 2.8% เป็นผลเนื่องมาจากการเติบโตของการนำเข้าน้ำมันราคาถูกจากสหรัฐอเมริกา และปริมาณการขนส่งก๊าซ LNG โตขึ้นถึง 94% เป็นผลมาจากการส่งออกก๊าซ LNG จากสหรัฐฯ มายังยุโรปเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรก ปริมาณการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันแร่ (mineral oil) ผ่านท่าเรือฯ กลับลดลง 5.8% และปริมาณการขนส่งสินค้าการเกษตรลดลง 7.2%

จากปริมาณการขนส่งสินค้าที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้ท่าเรือ Rotterdam มีผลประกอบการที่ดีในช่วงครึ่งปีแรก รายได้จากภาษีอากรและค่าเช่าพื้นที่ภายในบริเวณท่าเรือปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ท่าเรือฯ มีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 4% เป็น 357.8 ล้านยูโร โดยสินค้าเทกองประเภทของเหลวสร้างรายได้ให้ท่าเรือฯ มากสุด และเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ ผลประกอบการก่อนหักภาษีจึงโตขึ้น 7% เป็น 134.8 ล้านยูโร

Mr. Allard Castelein ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การท่าเรือ Rotterdam กล่าวว่า “ท่าเรือฯ มีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ประเภทตู้สินค้าซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของเรา ผลประกอบการทางการเงินของท่าเรือฯ อยู่ในระดับดี ส่งผลให้เราสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่องทั้งในแง่ของระบบโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือและโซลูชั่นด้านดิจิทัล”

สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง Mr. Castelein มองว่าในภาคเศรษฐกิจมหภาค ภาพรวมยังมีความไม่แน่นอนในหลายด้าน ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มการค้ามหาอำนาจของโลกยังอยู่ในภาวะตึงเครียด และ มาตรการด้านภาษีหลังจากภาวะ Brexit ยังคงไม่แน่นอนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป สองเหตุการณ์นี้ทำให้การคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นไปได้ยาก และจากความไม่แน่นอนดังกล่าวนี้ การท่าเรือ Rotterdam คาดการณ์ว่าการเติบโตของปริมาณสินค้าที่ขนส่งผ่านท่าเรือฯ ในช่วงครึ่งปีหลังอาจลดลงเล็กน้อย