บริษัทสายเรือไทย Siam Pattana Maritime (SPM) หรือ สยามพัฒนา มารีไทม์ จำกัด ในเครือบริษัท Siam ECL เป็นกิจการร่วมทุนระหว่างบริษัทสัญชาติไทยและบริษัท Eastern Car Liner (ECL) จากประเทศญี่ปุ่น ผู้มีประสบการณ์การให้บริการในอุตสาหกรรมขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะสินค้าโปรเจกต์มานานกว่าสี่ทศวรรษ  

เนื่องในโอกาสที่บริษัทฯ เดินหน้าขยายบริการเส้นทางเดินเรือประจำ ประเทศญี่ปุ่น-ประเทศไทย ด้วยกองเรือจำนวนเก้าลำ เพื่อเสริมศักยภาพปฏิบัติการสินค้าสำหรับรัฐบาลไทย นิตยสาร LM มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ ธนิต หาญเบญจพงศ์ กรรมการบริษัทสยามพัฒนา มารีไทม์ จำกัด, คุณกชกร สำเภาโภค ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และ Mr. Shiro Aratame กรรมการผู้จัดการบริษัทสยาม อีซีแอล จำกัด เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ในบริการขนส่งสินค้าวางกอง และความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ที่ส่งเสริมให้ SPM เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าวางกองที่แข็งแกร่งที่สุดในน่านสมุทรไทย

The Conventional Expert

คุณ ธนิต หาญเบญจพงศ์ กรรมการบริษัทสยามพัฒนา มารีไทม์ จำกัด

คุณธนิต ผู้มีประสบการณ์ในสายธุรกิจมานานกว่า 20 ปี ได้เริ่มแนะนำบริษัทฯ ด้วยการอธิบายถึงกลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการของ SPM ว่า “ลูกค้าหลักของเรามีทั้งสินค้าที่เป็นของทางรัฐบาลและเอกชน แต่เนื่องจากทางบริษัทเรามีเรือที่เป็นสัญชาติไทยให้บริการขนส่งในแถบเอเชีย โดยเฉพาะเส้นทางประจำที่วิ่งจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย เราจึงต้องการส่งเสริมภารกิจของรัฐบาลไทย ด้วยการส่งมอบบริการขนส่งสินค้าที่ดีที่สุดให้กับหน่วยงานภาครัฐฯ ในฐานะฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย พร้อมกับเป็นส่วนช่วยในการช่วยพัฒนาประเทศไทย อีกทั้งเรายังเล็งเห็นว่าโปรเจกต์เคลื่อนย้ายตู้รถไฟในโครงการขนาดใหญ่นั้น มีแนวโน้มที่จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง”

“ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายการจัดซื้อของรัฐบาลด้วย บางครั้ง รัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินกระบวนการขนส่งสินค้าเองทั้งหมด ขณะที่บางครั้ง รัฐบาลอาจทำงานร่วมกับผู้ให้บริการจัดซื้อสินค้า หรือคู่ค้าจากต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงเป็นลูกค้าโดยตรงของเรา แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่เราทำงานประสานกับบริษัทเอกชนเช่นกันครับ” Mr. Aratame เสริม

บริษัทฯ มีการจัดเตรียมกองเรือเพื่อรองรับการให้บริการดังกล่าวอย่างเพียบพร้อม โดยคุณกชกร ได้อธิบายถึงข้อได้เปรียบของ SPM รวมถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนากิจการเดินสินค้าให้กับรัฐบาลไทยว่า “เรามีกองเรือจำนวนเก้าลำที่ให้บริการขนส่งในเส้นทางประจำจากประเทศญี่ปุ่น และบางครั้งจากประเทศจีนมายังประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วยเรือธงไทย (Thai Flag) “SPM BANGKOK” หนึ่งลำ และเรือที่เราทำการลงทุนเช่ามาวิ่งประจำอยู่ในเส้นทางบริการ (Sub Thai) อีกแปดลำ ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้เราเป็นกองเรือที่มีศักยภาพ และสามารถสนับสนุนสินค้ารัฐบาลไทยได้ในภายภาคหน้า”

คุณธนิต ยังกล่าวเสริมอีกว่า “สินค้าที่เป็นสินค้ารัฐบาลหรือเกี่ยวข้องกับงานภาครัฐ จำเป็นที่จะต้องขนส่งมาโดยเรือที่เป็นสัญชาติไทยหรือเรือที่ได้รับการยกเว้น หากนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้ใช้เรือไทยในการขนสินค้า จะต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนมาก ในจุดนี้จึงเป็นเป็นสิทธิประโยชน์ที่รัฐบาลส่งเสริมให้แก่ผู้ประกอบการเรือไทย และทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเรือไทยที่มีเรือขนส่งสินค้าวางกองที่เหมาะแก่การรับสินค้าโครงการ หรือ Project Cargo โดยเครนเรือยกสินค้าบนเรือของเรานั้น สามารถยกน้ำหนักได้ถึง 150 ตัน ทำให้เราสามารถดูแลปฏิบัติการได้ทั้งหมด ภายใต้การสนับสนุนของบริษัทในเครือ Siam ECL และ ECL ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้มายาวนานกว่าสี่สิบปี พร้อมมาตรฐานการปฏิบัติการระดับสูง”

ทั้งนี้ คุณธนิต ได้เสริมอีกว่า บริษัท SPM ต้องการที่จะเสริมสร้างธุรกิจขนส่งสินค้าวางกองให้แข็งแกร่งที่สุด โดยไม่มุ่งเน้นที่จะแข่งขันในบริการด้านอื่น เนื่องจากทางบริษัทฯ และ ECL มีความชำนาญในการให้บริการด้วยเรือ Ro-Ro และเรือขนส่งสินค้าโครงการมากที่สุด

Mr. Shiro Aratame กรรมการผู้จัดการบริษัทสยาม อีซีแอล จำกัด

ในปีนี้ SPM ได้รับมอบหมายงานสำคัญอย่างโครงการเคลื่อนย้ายโบกี้รถไฟขนาดใหญ่ ซึ่งนับเป็นการขนส่งสินค้าของรัฐบาลไทย โดย Mr. Aratame ได้เล่าถึงความท้าทายใหม่ที่ยกระดับศักยภาพบริการของบริษัทฯ ว่า “ในปีนี้ เราได้รับงานโปรเจกต์ใหญ่ ซึ่งมีข้อกำหนดให้ดำเนินการด้วยเรือสัญชาติไทย โดยบริษัทฯ เราเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัท ที่มีเรือสัญชาติไทยในกองเรือ แต่ข้อแตกต่างของเราคือ เราเป็นสายการเดินเรือที่แข็งแกร่งกว่าบริษัทอื่นๆ เนื่องจากเรามีกองเรือจำนวนเก้าลำ เราจึงสามารถส่งเสริมโปรเจกต์นี้ด้วยการหมุนเวียนเรือได้สองลำต่อเดือน”

จุดแข็งของ SPM ยังอยู่ที่บริการดูแลสินค้า ที่เริ่มตั้งแต่เวลาที่สินค้าได้รับการยกขนขึ้นเรือไปจนถึงเวลาที่สินค้า “สำหรับการขนส่งสินค้าวางกอง เราดูแลสินค้าแบบ ‘Hook to Hook’ หมายความว่า เราจะเริ่มรับผิดชอบสินค้า เมื่อตะขอบนเรือของเราเกี่ยวเข้ากับสินค้าในท่าเรือประเทศญี่ปุ่น ความรับผิดชอบของเราจะสิ้นสุดลงเมื่อสินค้าเดินทางมาถึงประเทศไทย และปลดตะขอออกจากสินค้าที่วางบนรถรับสินค้า กล่าวคือ เราทำหน้าที่ดูแลสินค้าตั้งแต่ตอนยกขนขึ้นเรือ จนถึงขั้นตอนยกสินค้าลงจากเรือ”

Build Up Future Path on the Foundation of Experience 

ความละเอียดลออในการปฏิบัติงานในแต่ละครั้งของ SPM เป็นผลมาจากการสั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างยาวนาน “บริษัทในเครือ ECL/Eastern Car Liner ของเรามิได้มอบบริการขนส่งสินค้าในประเทศไทยเท่านั้น เรายังให้บริการขนส่งสินค้าโครงการ ซึ่งเป็นโครงการขนส่งโบกี้รถไฟขนาดใหญ่จากประเทศจีนมายังประเทศสิงค์โปร์ รวมถึงจากต้นทางในญี่ปุ่นไปยังปลายทางในหลายภูมิภาค พวกเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าวางกองและสินค้าโครงการครับ” คุณธนิตกล่าวอย่างภาคภูมิ

“ประสบการณ์ขนส่งสินค้าของเรามิได้มีเพียงแต่ในโปรเจกต์ขนส่งตู้รถไฟเท่านั้น เรายังทำการขนส่งเครื่องจักร หม้อแปลงไฟฟ้า ที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 ตันขึ้นไป จากประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีนมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขนส่งท่อน้ำมันจากญี่ปุ่นให้กับปตท. ขนส่งรางรถไฟทางคู่สำหรับเส้นทางสายตะวันออก ฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย จากประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อตอบรับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจในการดำเนินการก่อสร้างรถไฟทางคู่ของรัฐบาลไทย” Mr. Aratame กล่าวเสริม

โปรเจกต์ที่มีความท้าทายและถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับศักยภาพการปฏิบัติงานของบริษัทฯ คือโครงการขนส่งกังหันลม ซึ่งคุณธนิตได้เล่าถึงงานที่ท้าทายนี้ว่า “โปรเจกต์นี้มีความน่าสนใจ เนื่องจากสินค้ามีลักษณะเฉพาะตัว ทางลูกค้าให้จึงให้ความสำคัญและใส่ใจในความปลอดภัยของกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้ามากเป็นพิเศษ เราจึงต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพื่อให้การขนส่งสำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ และเนื่องด้วยใบพัดกังหันมีความยาวถึง 62 เมตร ซึ่งเกินกว่าขนาดเรือมาตรฐานของเรา อีกทั้งยังมีจำนวนสินค้าในปริมาณที่มาก ทางเราจึงได้จัดหาเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีศักยภาพในการขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยในปีที่ผ่านมานั้น เราได้ทำการขนส่งกังหันลมโครงการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยทำการขนส่งจำนวนสองเที่ยวต่อเดือน รวมทั้งสิ้น 24 เที่ยว และภายในระยะเวลา 3.5 ปีที่ผ่านมานั้น เราได้ทำการขนส่งกังหันลมจำนวนสองโครงการใหญ่ ซึ่งมีปริมาณสินค้ามากกว่า 500,000 ลูกบาศก์เบตร โดยถือเป็นความสำเร็จอย่างสูงของบริษัทฯ”

คุณกชกร สำเภาโภค ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทสยามพัฒนา มารีไทม์ จำกัด

แม้ SPM จะไม่ใช่ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าของไทยที่ปฏิบัติการด้วยกองเรือสัญชาติไทยเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรม แต่ด้วยการผลักดันบริการอย่างสม่ำเสมอ บวกกับประสบการณ์อย่างยาวนานและการให้ความสำคัญต่อประสิทธิภาพการทำงานมากที่สุด ทำให้บริษัทฯ สามารถยืนหยัดในฐานะสายการเดินเรือผู้ให้บริการขนส่งสินค้าวางกองด้วยเรือชักธงไทยที่แข็งแกร่งที่สุด

“ยังมีสายการเดินเรืออื่นๆ ของไทยที่ให้บริการในลักษณะเดียวกันในอุตสาหกรรม แต่พวกเขาไม่ได้เน้นการบริการด้านนี้เป็นหลักเหมือนเรา เราจึงต้องการผลักดันบริษัทฯ ให้เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าวางกองด้วยเรือชักธงไทยอันดับหนึ่ง พร้อมผลักดันการให้บริการในเส้นทางเดินเรือนี้ให้เป็นเส้นทางประจำ” คุณธนิตกล่าวปิดท้าย