ปัจจุบัน อุตสาหกรรมคลังสินค้าและโลจิสติกส์เป็นธุรกิจที่มีการเดิมพันค่อนข้างสูง จึงต้องมีการปฏิบัติการที่เข้มงวดและมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ด้วยเหตุนี้ การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้งานจึงกลายเป็นหนึ่งในหนทางสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

บริษัท Swisslog เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโซลูชั่นระบบอัตโนมัติชั้นนำของโลก และมีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีหลายรูปแบบ ด้วยชื่อเสียงในด้านคุณภาพและความแม่นยำทำให้ปัจจุบัน บริษัทฯ กลายเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นระบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ จากการที่เราได้พูดคุยกับ คุณทศพล ไชยาพรพรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท Swisslog Logistics Automation ประจำประเทศไทยทำให้เราทราบว่า Swisslog ได้ลงทุนครั้งใหญ่ในการพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตและเข้าถึงตลาดในประเทศไทย

Bringing Swiss Quality to Thailand

บริษัท Swisslog มีฐานธุรกิจหลักในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเริ่มกิจการตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยประวัติศาสตร์และประสบการณ์อันยาวนาน จึงทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทำไมบริษัทฯ จึงได้รับคำชื่นชมอย่างมากในอุตสาหกรรมนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2014 บริษัท KUKA ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายหุ่นยนต์อัตโนมัติ ระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ และวิศวกรรมระบบชั้นนำระดับโลก ได้เข้าควบรวมกิจการของบริษัท Swisslog นั่นยิ่งทำให้ Swisslog กลายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอย่างแท้จริง ด้วยการนำระบบอัตโนมัติและความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมฯ มาผนวกกับการใช้ซอฟต์แวร์และโซลูชั่นหุ่นยนต์ที่ดีที่สุดจาก KUKA

คุณทศพล ไชยาพรพรรณ

แม้จะมีฐานธุรกิจอยู่ในทวีปยุโรป แต่ Swisslog ก็ได้เข้ามามีบทบาทในตลาดเอเชียมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยบริษัทฯ ได้จัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นที่ประเทศมาเลเซียมานานกว่า 20 ปี ทั้งนี้ ก่อนที่พวกเขาจะเปิดตัวสำนักงานในประเทศไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ก็ได้มีการดำเนินธุรกิจในประเทศตลาดไทยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

คุณทศพล อธิบายว่า แม้พวกเขาจะเป็นบริษัทระดับโลก แต่บริษัทฯ ก็ยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงลูกค้าแต่ละรายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เข้าใจปัญหาที่ลูกค้าเผชิญอยู่อย่างแท้จริง “ตลอดเวลาที่ผมทำงานกับ Swisslog ผมพบว่าลูกค้าในแต่ละประเทศมักมีปัญหาและอุปสรรคในแต่ละส่วนแตกต่างกันออกไป เมื่อมานั่งพิจารณาและให้คำปรึกษากับลูกค้า เราก็จะเห็นได้เลยว่า ประเทศไทยมีความท้าทายที่ไม่เหมือนใคร แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือสภาพอากาศที่ร้อน ซึ่งยิ่งเป็นคลังสินค้า ยิ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะสามารถทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและอาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง นี่คือสิ่งที่แตกต่างจากประเทศในฝั่งยุโรป รวมถึงการทำงานในห้องแช่แข็ง ซึ่งพนักงานไม่สามารถทำงานได้เต็มเวลา ต้องเข้าออกตามเวลาที่กำหนด เนื่องจากเหตุผลของการทำงานในสภาวะอากาศที่เย็นผิดปกติ ทำให้ระบบ automation มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน”

“ดังนั้น การเข้าถึงปัญหาของแต่ละประเทศที่เรากำลังดำเนินธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เรายังสามารถพูดคุยสื่อสารกับลูกค้าด้วยภาษาท้องถิ่น โดยสิ่งนี้ช่วยให้เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจและความผูกพันกับลูกค้าได้มากทีเดียว”

Understanding Pain Points

คุณทศพล ได้กล่าวถึงโซลูชั่นแบบครบวงจรที่ Swisslog นำเสนอให้แก่ลูกค้า เพราะการให้บริการในทุกส่วนตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในทุกความต้องการ คุณทศพล เริ่มต้นด้วยการอธิบายกระบวนการให้บริการ นับตั้งแต่การพูดคุยกับลูกค้าครั้งแรก พวกเขาจะเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยพยายามทำความเข้าใจวิธีปฏิบัติงานของลูกค้าอย่างแท้จริง และหลังจากเรียนรู้ข้อบกพร่องหรือปัญหาในการปฏิบัติการของลูกค้าแล้ว บริษัท Swisslog ก็จะสามารถให้คำแนะนำและวางแผนได้ดียิ่งขึ้น

“หน้าที่ของเราคือการให้คำแนะนำโดยอิงตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก” คุณทศพล กล่าว “อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจปัญหาของลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะลูกค้าแต่ละบริษัทในแต่ละอุตสาหกรรมก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น ลูกค้ากลุ่มธุรกิจ e-Commerce ต้องการความรวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงความปลอดภัยและการปฏิบัติที่ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะการจัดการคลังสินค้าสำหรับจัดเก็บเภสัชภัณฑ์ ที่ต้องมีการติดซีเรียลนัมเบอร์ (serial number) เพื่อติดตามบรรจุภัณฑ์ยา สำหรับสินค้าบริโภค เช่น อาหารแช่แข็ง ต้องมีขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัยและคลังสินค้าต้องมีความสามารถในการจัดเก็บสินค้าประเภท cold chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สินค้าประเภทเครื่องดื่ม เป็นสินค้าที่มี SKU ไม่มาก แต่มีปริมาณสินค้าเข้าและออกในคลังสูง ส่วนในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) เนื่องจากสินค้ามีปริมาณมากและมีความหลากหลายสูง ดังนั้น เราจึงต้องใช้โซลูชั่นที่แตกต่างกันสำหรับลูกค้าและอุตสาหกรรมแต่ละประเภท โดยปกติเมื่อเราพูดคุยกับลูกค้า เราจะใช้เวลาในการทำความเข้าใจการปฏิบัติงานในแต่ละวันของลูกค้า เพื่อจัดทำแผนในการพัฒนาการปฏิบัติการต่างๆ จากนั้น เราจึงมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญมาทำหน้าที่ในการออกแบบโซลูชั่นที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า”

ทั้งนี้ เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติมักเป็นตัวเลือกที่ได้รับการยอมรับเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า โดยเฉพาะในคลังสินค้าสมัยใหม่ ซึ่งมีความซับซ้อนอยู่มาก ระบบอัตโนมัติถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน อีกทั้ง พันธกิจของ Swisslog คือการกำหนดอนาคตของอินทราโลจิสติกส์ ด้วยโซลูชั่นหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ และการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งนี่ถือเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงสุดสำหรับลูกค้า

ในอดีตเมื่อมีการพูดถึง ‘ระบบอัตโนมัติ’ หรือ ‘ระบบหุ่นยนต์’ กับลูกค้าในประเทศไทย ก็เรียกได้ว่าแทบจะถูกพับโครงการทันที เพราะเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนสูงมาก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเวลาทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป คุณทศพลกล่าวว่า ทุกวันนี้บริษัทแต่ละแห่งในประเทศไทยต่างก็สนใจที่จะนำเทคโนโลยีลักษณะนี้เข้ามาปรับใช้งาน

พันธกิจของ Swisslog คือการกำหนดอนาคตของอินทราโลจิสติกส์ ด้วยโซลูชั่นหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ และการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งนี่ถือเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงสุดสำหรับลูกค้า

“ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศไทยที่สนใจนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในโรงงาน พวกเขาต้องการลงทุนกับเทคโนโลยีเหล่านี้และเล็งเห็นว่าระบบอัตโนมัติเป็นสิ่งที่จะช่วยแก้ไขทุกปัญหาให้กับพวกเขาได้ ผมพยายามทำให้ลูกค้ามองถึงจุดนี้ อย่างไรก็ตาม เรายังต้องวิเคราะห์การปฏิบัติงานของลูกค้าก่อนเสมอ เพื่อดูว่ามีความจำเป็นต้องใช้ระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่ ในบางกรณี เราอาจจะแนะนำให้เริ่มจากการใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติไปก่อน ด้วยเหตุผลในเรื่องของค่าใช้จ่าย มุมมอง และความจำเป็นในการปฏิบัติงาน และการใช้เครื่องมืออย่างมีประสิทธิภาพในการใช้งาน”

“เมื่อกล่าวถึงประเด็นนี้ แน่นอนว่าเราเห็นศักยภาพของระบบอัตโนมัติ ที่ช่วยให้เคลื่อนย้ายสินค้าในคลังได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ก็ยังช่วยจัดการกระบวนการอินทราโลจิสติกส์ตามความต้องการของลูกค้า และสามารถเร่งการทำงานในช่วงที่มีความต้องการสูงได้ รวมถึงสามารถบอกตำแหน่งของสินค้าได้อย่างแม่นยำ โดยปกติระบบอัตโนมัติจะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายสินค้าเข้า-ออกจากโรงงานและส่งมอบได้เร็วขึ้นมาก ในระยะยาว ระบบอัตโนมัติเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้พนักงานในคลังสินค้ามีประสิทธิผลมากขึ้น เราไม่ได้เลิกจ้างคนในคลังสินค้าเสียทีเดียว แต่เรากำลังช่วยให้พวกเขาทำงานให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและได้ปริมาณผลผลิตมากยิ่งขึ้น” คุณทศพล กล่าว

Continued Support

เมื่อพูดถึงภาพการเติบโตในอนาคต บริษัท Swisslog เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดในประเทศไทยและได้เดินหน้าลงทุนอย่างเต็มที่ คุณทศพล กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับบริษัทฯ และพวกเขารู้สึกว่าประเทศไทยมีความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการภายในคลังสินค้า โดยภาพรวมแล้ว ประเทศไทยดูเหมือนจะเป็นตลาดหลักสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด

เรามุ่งมั่นที่จะก้าวเดินเคียงข้างไปกับลูกค้า นั่นคือคำมั่นสัญญาของเรา ไม่ว่างานที่ได้รับจะมีขนาดหรือความซับซ้อนมากแค่ไหน Swisslog ก็พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของลูกค้า อีกทั้งสามารถต่อยอดเทคโนโลยีและกระบวนการการผลิต รวมถึงเครือข่ายการจัดส่งตามหลักการของ Industrial 4.0 อีกด้วย

คุณทศพลกล่าวว่า “ทีมงานของเราทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทีมงานประจำประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรามีทั้งทีมงานฝ่ายขายและทีมดูแลลูกค้าในประเทศไทยโดยเฉพาะ ที่สามารถติดตามและให้คำปรึกษากับลูกค้าโดยตรง เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจและการดำเนินงานของลูกค้า โดยในประเทศมาเลเซีย เรามีทีมงานที่มีประสบการณ์คอยช่วยเหลือเราในด้านโซลูชั่นการออกแบบ รวมถึงทีมงานที่คอยดูแลและสนับสนุนโครงการทั้งหมด นอกจากนี้ เรายังนำเสนอบริการที่ครอบคลุมและครบวงจร โดยลูกค้าสามารถมั่นใจและปราศจากความกังวล เพราะสามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับทุกความต้องการ แม้ว่าแนวคิดโซลูชั่นระบบอัตโนมัติอาจฟังดูน่ากลัวหรือมีต้นทุนสูง แต่ผมแนะนำให้ลูกค้าที่มีศักยภาพทุกคนติดต่อมาที่เรา เพื่อดูว่าเราสามารถช่วยอะไรลูกค้าได้บ้าง ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนก้อนใหญ่ แต่สามารถเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ และพัฒนาต่อไปในอนาคต เรามุ่งมั่นที่จะก้าวเดินเคียงข้างไปกับลูกค้า นั่นคือคำมั่นสัญญาของเรา ไม่ว่างานที่ได้รับจะมีขนาดหรือความซับซ้อนมากแค่ไหน Swisslog ก็พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของลูกค้า อีกทั้งสามารถต่อยอดเทคโนโลยีและกระบวนการการผลิต รวมถึงเครือข่ายการจัดส่งตามหลักการของ Industrial 4.0 อีกด้วย”