TNSC เผยยอดส่งออก ธ.ค. เริ่มฟื้นตัว คาดส่งออกปี 2021 เติบโต 3 – 4 เปอร์เซ็นต์

0
185

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คุณกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (TNSC) ร่วมกับคุณวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธาน คุณจินตนา ศิริสันธนะ เลขาธิการ และคุณคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร แถลงข่าวการส่งออกประจำเดือนธันวาคม 2020

โดย TNSC ระบุว่า การส่งออกเดือนธันวาคม 2020 มีมูลค่า 20,082 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.71 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 602,803 ล้านบาท ขยายตัว 4.99 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน 

ในขณะที่การนำเข้าในเดือนธันวาคม 2020 มีมูลค่า 19,119 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.62 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 582,100 ล้านบาท ขยายตัว 3.85 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ เดือนธันวาคม 2020 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 963 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 20,703 ล้านบาท โดยเมื่อหักทองคำ น้ำมันและอาวุธยุทธปัจจัย การส่งออกเดือนธันวาคมขยายตัว 5.81 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่ ภาพรวมช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม ปี 2020 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 231,468 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 6.01เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทที่ 7,178,494 ล้านบาท หดตัว 5.90เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 206,991 ล้านเหรียญสหรัฐ  หดตัว 12.39 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นมูลค่า 6,495,546 ล้านบาท หดตัว 12.52 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2020 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 24,476 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 682,547 ล้านบาท โดยเมื่อหักทองคำ น้ำมันและอาวุธยุทธปัจจัย การส่งออกเดือนธันวาคมหดตัว 6.75 เปอร์เซ็นต์

การส่งออกในเดือนธันวาคม กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 2.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง สิ่งปรุงรสอาหาร ผัก ผลไม้ สดแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป และสินค้ากลุ่มที่หดตัว คือ น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ทูน่ากระป๋อง และข้าว

ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 6.7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดยกลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัว ได้แก่ ถุงมือยาง เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก แผงวงจรไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขณะที่สินค้ากลุ่มที่หดตัว ประกอบด้วย ทองคำ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ยางยานพาหนะ ทั้งนี้การส่งออก ปี 2020 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 3.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม หดตัว 5.6 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ TNSC ยังคงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2021 ว่าจะเติบโตระหว่าง 3 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ (ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2021) โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญในปีคือ การกลับมาขยายตัวของสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าขั้นกลาง อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ตามทิศทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกก่อนกระทบการระบาดครั้งใหม่ อีกทั้งการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหาร (ผักผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป) สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ work from home จากความไม่แน่นอนของการระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศคู่ค้า

ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 2021 ได้แก่ 1) การระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศคู่ค้าและภายในประเทศที่ยังมีความรุนแรง 2) ปัญหาด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากตู้สินค้าและระวางเรือขาดแคลน อัตราค่าระวางที่เพิ่มขึ้น และค่าระวางขนส่งสินค้าทางอากาศที่ยังคงตัวในระดับสูง 3) ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง 4) ประเทศคู่ค้าหลัก อาทิ สหรัฐฯ และจีน เน้นการพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น และ 5) ความล่าช้าในการเจรจา FTA อาจทำให้ไทยเสียเปรียบคู่แข่งที่สำคัญอย่างเวียดนาม

ในการนี้ TNSC เสนอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนโดย 1) เร่งรัดการนำเอาตู้สินค้าที่อยู่ในอายัดของกรมศุลกากรกลับมาใช้ประโยชน์ 2) ขอให้ภาครัฐลดค่าภาระท่าเรือเพื่อจูงใจให้มีการนำเข้าตู้เปล่าเข้ามายังประเทศไทย 3) ขอให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือ/อุดหนุนผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม กรณีที่ไม่สามารถส่งออกและนำเข้าได้จากปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า เพื่อเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ และสามารถจ่ายค่าระวางได้มากขึ้น 4) อำนวยความสะดวกให้เรือใหญ่ขนาด 400 เมตร เข้าเทียบท่าแหลมฉบังเป็นการถาวร เพื่อให้นำเข้าตู้เปล่ามากขึ้น 5) ตรวจสอบปริมาณตู้เปล่าในประเทศไทยซึ่งจัดเก็บในลานกองตู้ เพื่อหมุนเวียนใช้งานให้รวดเร็วมากขึ้น


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่