หน้าแรก ข่าว บริการโลจิสติกส์ TON จับมือ Xperanti ร่วมพัฒนาระบบติดตามข้ามพรมแดนไทย-มาเลย์แบบไร้รอยต่อ

TON จับมือ Xperanti ร่วมพัฒนาระบบติดตามข้ามพรมแดนไทย-มาเลย์แบบไร้รอยต่อ

บริษัท THINGS ON NET CO., LTD. (TON) ผู้นำด้านโซลูชัน Internet of Things (IoT) แบบครบวงจร และ Xperanti Solutions (M) Sdn Bhd (XPERANTI) ผู้ให้บริการเครือข่าย IoT รายแรกและรายใหญ่ที่สุดของประเทศมาเลเซีย ร่วมกันพัฒนาระบบติดตามข้ามพรมแดนแบบไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย พร้อมกับอำนวยให้การปฏิบัติการโลจิสติกส์ดำเนินไปอย่างราบรื่น   

การผนึกกำลังในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพบริการติดตามสถานะสินค้าแบบครบวงจรระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยนำเสนอระบบติดตามและค้นหาที่ใช้งานได้จริง ไม่ยุ่งยาก ไม่มีค่าบริการโรมมิ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการควบคุม และปกป้องทรัพย์สิน อาทิ รถพ่วง ตู้สินค้าและแพเล็ต ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถมอบบริการข้ามพรมแดนด้วยคุณภาพการบริการที่สม่ำเสมอ โดยในขั้นต้นนี้ เครือข่ายการบริการของระบบจะครอบคลุมพื้นที่ระหว่างปาดังเบซาร์ในรัฐปะลิส ชายแดนประเทศมาเลเซีย กรุงเทพฯ และระยอง “THINGS ON NET เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ ด้วยการนำเสนอโซลูชันเครือข่ายที่ทรงประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านการสื่อสารไร้สายระยะไกลระดับโลก ที่ใช้พลังงานในการรับส่งข้อมูลต่ำ (LPWAN) ของ Sigfox ที่ให้ความยืดหยุ่น ราคาไม่แพง และสามารถบริหารจัดการซัพพลายเชนได้อย่างครบวงจร เทคโนโลยีดังกล่าว เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการฟื้นตัวในยุคนิว นอร์มอล อีกทั้งยังสามารถยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน” คุณปวิณ วรพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท THINGS ON NET CO., LTD. ผู้ถือสิทธิ์การให้บริการโครงข่าย Sigfox แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเผย

ทั้งนี้ โซลูชันโลจิสติกส์อัจฉริยะดังกล่าว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับคลังสินค้าและยานพาหนะ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับซัพพลายเชน ลดความกังวล และยกระดับความสามารถของการปฏิบัติงานได้อีกด้วย  พร้อมกันนั้น อุปกรณ์ติดตามที่ได้การรับรองจาก Sigfox ยังสามารถติดตั้งและบำรุงรักษาได้ง่าย ประหยัดพลังงาน สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานโดยไม่ต้องชาร์จพลังงานหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่   

นอกจากนี้ อุปกรณ์เซนเซอร์ยังเปิดเผยข้อมูลการทำงานและระบุตำแหน่งของรถบรรทุกตู้สินค้า และอุปกรณ์ส่วนควบในการขนส่ง อาทิ แพเล็ต พัสดุ และรถเข็นสินค้า ขณะที่ระบบติดตามสามารถรายงานข้อมูลรอบด้าน เช่น อุณหภูมิ ผลกระทบภายนอก และความผิดปกติต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์ สำหรับการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบย้อนหลัง และพัฒนากรอบความรับผิดชอบให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อการดูแลและส่งมอบสินค้าที่บอบบาง ให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย ตรงเวลา ในสภาพดีที่สุด     

“การขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในประเทศมาเลเซีย โดยเรามีบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่โซลูชันการขนส่งและบริหารคงคลัง  ไปจนถึงการบริหารจัดการซัพพลายเชนทั้งระบบแบบบูรณาการ ตัวอย่างเช่น ลูกค้าผู้ประกอบการโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ในมาเลเซีย ซึ่งต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากรถพ่วงและตู้สินค้า โซลูชันโลจิสติกส์อัจฉริยะของ Xperanti บนเครือข่าย IoTีที่ครอบคลุมทั่วประเทศของ Sigfox สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ และลดการเสียเวลารอได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ในกระบวนการขนส่งของลูกค้า” Mr. Vicks Kanagasingam ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Xperanti (Malaysia) กล่าวเสริม

“การมีระบบติดตามและตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกอย่างจะดำเนินไปตามแผนการอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในขั้นตอนการขนส่งข้ามพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย-ไทย โดยความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของเครือข่ายของ Sigfox และ Xperanti ที่มุ่งมั่นในการสนับสนุน THINGS ON NET อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ด้วย” Mr. Kanagasingam กล่าวเพิ่มเติม


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

Rungpisit Vorakamnuenghttp://thai.logistics-manager.com/
Rungpisit or Mek is a passionate writer who enjoys an ocean breeze. He likes to take a picture from a nice building rooftop whenever he can. When he's not writing, he likes to take a few peaceful hours to train mixed martial arts and draw a portrait.

Must Read

ONE เปิดบริการ CIP เชื่อมจีน-อินเดีย-ปากีสถาน

สายการเดินเรือ Ocean Network Express (ONE) ขยายเครือข่ายการบริการระหว่างเอเชียและอนุทวีปอินเดีย โดยจะเปิดให้บริการ China-India-Pakistan (CIP) ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2020 เพื่อเป็นทางเลือก และเสริมความยืดหยุ่นด้านประสิทธิภาพซัพพลายเชนที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า โดยบริการ CIP ซึ่งเชื่อมต่อระหว่าง จีน...

CNC เปิดบริการ CMS2 เชื่อมจีน-มาเลเซีย

สายการเดินเรือ CNC เปิดบริการ China Malaysia Service 2 เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างจีนและมาเลเซีย ครอบคลุมท่าเรือหลักของมาเลเซีย ได้แก่ Port Klang, Penang และ Pasir Gudang โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการ CMS2 ในการขนส่งสินค้าระหว่าง...

DKSH ต้าน COVID-19 ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมรับมือสภาวะหลังโรคระบาด

DKSH Thailand Business Technology ผู้นำด้านบริการการขยายตลาดโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ได้จัดงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ ‘การเตรียมตัวรับมือนิวนอร์มอล: โซลูชันสำหรับ COVID-19 เพื่อปูทางสู่อนาคต’ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงนวัตกรรมที่กว้างไกลของบริษัท และโซลูชันล้ำสมัย สำหรับเพิ่มพูนประสิทธิภาพธุรกิจในประเทศไทย เพื่อเตรียมตัวรับมือกับวิกฤตโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ขณะที่ทั่วโลกเดินหน้าต่อไปภายใต้การดำเนินชีวิตแบบฐานวิถีชีวิตใหม่หรือ ‘นิวนอร์มอล’ การพัฒนาของเทคโนโลยีก็มีส่วนสำคัญต่อชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น โดย...

สหไทย เทอร์มินอล จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ISPS Code

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) ได้จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการฝึกซ้อมการรักษาความปลอดภัยของเรือและท่าเรือระหว่างประเทศ (ISPS Code) ประจำไตรมาส 3 ปี 2020 ตามที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ...

กทท. ต่อสัญญาร่วมลงทุนเอกชนท่าเทียบเรือตู้สินค้า บี 3 ทลฉ.

คุณกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เผยว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ดำเนินการต่อสัญญาร่วมลงทุน โดยวิธีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2019 โครงการท่าเทียบเรือตู้สินค้า บี 3 ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ทั้งนี้ คณะกรรมการ กทท. ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการต่อสัญญาร่วมลงทุนฯ...