เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา Dr. Mukhisa Kituyi เลขาธิการองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ออกแถลงการเน้นย้ำถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางทะเลและการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ทั้งในแง่ของการขนส่งสิ่งจำเป็นและอุปกรณ์การแพทย์ในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก รวมไปถึงสินค้าทั่วไปที่เป็นปัจจัยสนับสนุนความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจของชาติต่างๆ อาทิ วัตถุดิบการผลิต เชื้อเพลิง อาหาร รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ

เนื่องด้วยความกังวลในด้านการแพร่ระบาด ทำให้หลายประเทศออกมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจสอบและกักโรคผู้ที่เดินทางมาจากต่างแดน ซึ่ง UNCTAD ระบุว่า ลูกเรือขนส่งสินค้าควรได้รับการปฏิบัติในแบบเดียวกับลูกเรือของอากาศยานและบุคลากรด้านสาธารณสุข

Dr. Mukhisa Kituyi

เนื่องจากลูกเรือขนส่งสินค้าจำนวนกว่า 100,000 คน จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนกะงานเป็นประจำทุกเดือน การอำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการนี้ จะช่วยให้กระบวนการซัพพลายเชนมีความคล่องตัวมากขึ้น และเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจโลกให้ดำเนินต่อไปได้ ภายใต้ภาวะปัจจุบันที่ธุรกิจทั่วโลกมีความเปราะบางมากอยู่แล้ว

เนื่องจากสินค้ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ในกระบวนการค้าโลก ได้รับการขนส่งผ่านการขนส่งทางทะเล ภายใต้ภาวะวิกฤติเช่นนี้ จึงมีความจำเป็นยิ่งกว่าในภาวะปกติ ที่ทุกชาติต้องเอื้ออำนวยให้กระบวนการขนส่งเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งรวมไปถึงการขนส่งข้ามพรมแดนทางบก ที่จะนำส่งเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากท่าเรือไปยังพื้นที่ห่างไกลภายในพื้นทวีปด้วย

ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่หลายประเทศเพิ่มความเข้มงวดด้านการตรวจคนเข้าเมือง ทำให้สายการเดินเรือหลายแห่งต้องยืดระยะการประจำการบนเรือของลูกเรือออกไป เพื่อให้ซัพพลายเชนสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างไม่มีสะดุด ทว่า การดำเนินการเช่นนี้ไม่สามารถทำต่อไปได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกชาติต้องประสานความร่วมมือกัน

นอกจากนี้ UNCTAD ยังกล่าวถึงการปฏิบัติการท่าเรือ โดยเน้นย้ำให้มีการประเมินความเสี่ยงในกรณีเกิดการแพร่ระบาด และเตรียมแผนสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์ เนื่องจากท่าเรือก็เป็นอีกส่วนสำคัญในกระบวนการขนส่งสินค้า ซึ่งหากท่าเรือได้รับผลกระทบ การขนส่งสินค้าทางการแพทย์และสินค้าจำเป็นอื่นๆ ก็จะพลอยหยุดชะงักและได้รับผลกระทบตามไปด้วย